แจ๋วจริง...เจ๋งจัง...ล่ะพี่น้อง | ||
เขียดแก้คำ >>>>>> เจ้าชายเขียด (2)
สัปดาห์นี้เจ้าชายเขียดขอเกาะกระแสวัยแนว (เด็กแนว) นำเสนอ วัฒนธรรมการเรียกชื่อเด็กแนวหลากประเภท หลายคนอาจสงสัยในคำพูดของเขียด แต่อยากบอกว่าเกิดขึ้นแล้วท่านทั้งหลาย เรื่องของเรื่องคือ รูปแบบการแต่งตัวของวัยรุ่นสมัยนี้เป็นที่มาของการกำหนดชื่อให้กับตัวเอง โดยใช้คำว่า "เด็ก" นำหน้าคำเหล่านั้น เป็นต้นว่า เด็กแนว เด็กสกอยด์ เด็กแว้น เด็กอีโม เด็กโต๋ เด็กฮิฟ เด็กแซฟ เด็กเอ๋อ ยังเหลืออีกเพียบท่าน แต่เขียดขอพอแค่นี้ก่อนแล้วกัน บางชื่อหลายคนคงคุ้น ๆ กันบ้าง ว่ากันว่าที่มาของชื่อมาจากวิวัฒนาการการแต่งตัว และการปรับเปลี่ยนเครื่องแต่งกายให้ดูแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร และไม่มีใครกล้าทำซ้ำ
เขียดแก้คำ >>>>>> เจ้าชายเขียด
จตุคำ...สักคำไหมโยม
ทุกวันนี้หันมองทางไหนมีแต่คนห้อยองค์ท้าวจตุคามรามเทพกันไปหมด ใช่ว่าจะมีแต่เซียนพระอย่างเดียวด้วยนะที่ห้อยกัน เด็กเล็กเด็กน้อยห้อยกันเกลื่อนเมือง จะว่าไปแล้วไม่ใช่ลบหลู่ต่อสิ่งที่เห็น แต่บางครั้งมันดูมากเกินไปเหมือนไม่ใช่วัตถุมงคลศักดิ์สิทธิ์ ที่ใครต่อใครกล่าวขานกัน คล้ายเป็นจี้ห้อยคอให้ดูเก๋...ไก๋ล่อตาล่อใจนักเลงพระ ที่เสาะหาจตุคามฯ รุ่นโน้นรุ่นนี้ และมักจะทำตัวเหมือนหนึ่งเป็น คตส. (คอยตรวจสอบของจริงของเก๊) หลายคนให้ความสำคัญต่อสิ่งนี้มากกว่าลูกเมียตัวเองเสียอีก ว่ากันว่าอยู่ได้เป็นวัน ๆ เพราะความที่มีใจรักต่อพระเครื่องที่บูชาเป็นของสะสมในคอเลคชั่นของตนเอง เมื่อไม่นานมานี้มีอีกหนึ่งปรากฏการณ์ทางสังคมที่ดูเหมือนเข้ามาเกาะกระแสจตุคามฟีเวอร์ด้วยคน นั่นคือ จตุคำ หลายคนสงสัยว่าคืออะไร เป็นญาติฝ่ายไหนหนอของจตุคามฯ ทำไมชื่อมันช่างคล้าย ๆ กัน เพียงแค่เปลี่ยนจาก ความ เป็น คำ เท่านั้นเอง นั่ง ๆ อยู่นึกอยากจะรู้จักจตุคำขึ้นมาเต็มประดา ว่าคืออะไรกัน วันนี้เลยสบโอกาสมานั่งหาข้อมูลด้วยความอยากรู้อยากเห็น และพบข้อเท็จจริงหนึ่งที่ว่า จตุคำนี้กินได้ ตอนแรกที่ทราบยังตระหนกตกใจอยู่บ้างเล็กน้อย (มันยังไงกันหนอจะห้อยคอบูชาได้หรือไม่) แถมจตุคำยังมาจากยี่ห้อดัง วัดสวนแก้ว และไม่ต้องบอกเลยว่าผู้ผลิตหลักอย่างเป็นทางการคงหนีไม่พ้นท่านเจ้าอาวาสอย่างพระพะยอม กัลยาโณ ท่านริเริ่มแนวความคิดเรื่องจตุคำ เพราะเห็นว่าหลายสิ่งหลายอย่าง ในขณะนี้กำลังจะกลายเป็นจตุคามฯ กันไปหมดแล้วความคลั่งของมนุษย์ในเรื่องวัตถุที่สร้างความฮือฮาเหนือปาฏิหาริย์ กลายเป็นเรื่องที่มีบทบาทอย่างมากในสังคม เป็นต้นว่า สินค้าอุปโภค บริโภคเกือบจะไม่มีชิ้นไหนเลยที่ขาดโลโก้องค์ท้าวจตุคามรามเทพ ล่าสุดความคลั่งของคนยังส่งความตายมาสู่นักศรัทธาทั้งหลาย(เหยียบกันตาย) นั่นเป็นเพียงวัตถุประสงค์รองจากปากของพระพยอม แต่วัตถุประสงค์หลักที่ตั้งขึ้นมา คือ คำสอนที่แทรกลงไปด้วยในสิ่งที่ทำ ดังนั้น จตุคำ จึงมีอีกหนึ่งความหมายในแบบฉบับพระพะยอมนั่นคือ คำ 4 ข้อที่จะทำให้คนมีความสุขในชีวิต (สำหรับผู้เขียนต่อให้ 10 ข้อก็เอาไม่อยู่ เพราะปัจจุบันหาความสุขยาก มีสุขอย่างเดียวชีวิตมันขาดรถชาติ เดี๋ยวต้องหันไปพึ่งโค้กอีก คิดแล้วก็ขำ) หลังจากนั่งหัวเราะอยู่คนเดียวซักพัก (เกือบตกเก้าอี้) กลับมาพูดถึงคุกกี้ 4 คำกัน ผมอยากบอกว่าตอนนี้จตุคำมีขายกันแล้ว แทบไม่น่าเชื่อวัดสวนแก้วจัดจำหน่ายเอง ตอนนี้ร้านเบเกอรี่ไหน ๆ ก็ต้องชิดซ้าย ของเค้าดีจริง สีสัน บรรจุภัณฑ์ ทุกอย่างทำอย่างพอเพียงเข้ากันดีกับยุคเศรษฐกิจแบบนี้ และชอบมากที่คนให้ความสนใจ ออกมาวิพากษ์ทั้งแง่ลบ แล้วก็บวกบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่คาดว่าจะตามมาอย่างต่อเนื่องนั่นคือกระแสเสียงของกลุ่มเซียนพระทั้งหลายที่อาจะเกิดความไม่พอใจในเรื่องนี้ เชื่อว่าอีกไม่นานมีการตั้งโต๊ะหน้าดำ(ไม่ใช่แค่นักเลงพระ ยังรวมถึงเจ้าของร้านเบเกอรี่) แล้วถกกันถึงเรื่องยุติจตุคำจะสร้างความเสื่อมในศรัทธาขององค์ท้าวจตุคามรามเทพ และก่อนที่จะอร่อยแซงหน้าร้านอื่น ๆ อย่างแน่นอน ผู้เขียนมองว่าเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้วสำหรับเรื่องดังกล่าว ทุกวันนี้คงห้ามกันไม่ได้แล้วสำหรับจตุคามฯ ที่จะถูกดัดแปลงออกมาหากินของคนหัวใสอีกหลายคน ขอมองว่าเรื่องของจตุคำไม่ใช่เรื่องผิดที่จะทำมาเกาะกระแสจตุคามฟีเวอร์ ผู้เขียนคิดว่าน่าจะมองที่วัตถุประสงค์ของผู้ทำมากกว่าว่าเนื่องด้วยเหตุใด จะว่าไปเขียนแซวคุกกี้ 4 คำไว้เยอะ สุดท้ายขอตั้งชื่อรุ่นจตุคำสัก...คำไหมโยมให้เลยก็แล้วกัน เผื่อคนที่อยากได้จะได้ไปหารุ่นได้ถูก
|
About MeMy Profile Archives Friends My Photo Album Linksเจ๋งมั้ยล่ะพี่น้องCategoriesRecent Entriesเขียดแก้คำ >>>>>> เจ้าชายเขียด (2)เขียดแก้คำ >>>>>> เจ้าชายเขียด Friends |
|